ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์


ตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์

การตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์จำเป็นจริงหรือ? ว่าที่คุณแม่จะตั้งครรภ์มักจะถามเสมอว่า จำเป็นแค่ไหนที่ต้องมีการตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์ คำตอบคือ มีความจำเป็นมากๆค่ะ เพราะเราไม่ทราบเลยว่าตัวเรามีโรคอะไรที่เป็นอุปสรรคต่อการตั้งครรภ์บ้าง ถ้าได้รับการตรวจและพูดคุยกับคุณหมอ ก็จะได้รับคำแนะนำและวิธีการเตรียมพร้อมร่างกายเพื่อรองรับการตั้งครรภ์อย่างถูกวิธีเพื่อให้คุณแม่ได้รู้สึกปลอดภัย อุ่นใจทั้งตัวเองและลูกน้อยที่กำลังจะกำเนิดขึ้นมาอีกด้วย วิธีการปฎิบัติตัวมีดังนี้

1. ปรึกษาแพทย์ก่อนตั้งครรภ์ทุกครั้งเพื่อตรวจโรค โรคบางโรคอาจมีผลต่อการตั้งครรภ์และทารกในครรภ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคเบาหวาน โรคหัวใจ โรคลมชัก โรคหืด โรคไต เอดส์ ไวรัสตับอักเสบ ซิฟิลิส โรคธาลัสซีเมีย เป็นต้น ควรปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด

นอกจากนั้นควรตรวจหมู่เลือดทั้งระบบ ABO และระบบ Rh เพื่อดูว่าระบบ Rh ทั้งสองคนเข้ากันได้หรือไม่ และต้องเจาะเลือดแม่ตรวจเพิ่มเติมว่ามีภูมิต่อ Rh แล้วหรือไม่ หากมีภูมิต่อ Rh แล้วก็ไม่จำเป็นต้องให้ยาอะไร แต่ถ้าเลือดแม่ไม่มีภูมิต่อ Rh ก็สามารถป้องกันเม็ดเลือดแดงแตกโดยการให้ Rh immunoglobulin ซึ่งช่วยให้ร่างกายแม่ไม่สร้างภูมิต่อ Rh ของลูก

ตรวจหัดเยอรมัน ถ้ายังไม่มีภูมิคุ้มกัน ควรฉีดวัคซีนหัดเยอรมันและคุมกำเนิดหลังฉีดวัคซีนนี้อย่างน้อย 3 เดือน เพราะการติดเชื้อในระหว่างการตั้งครรภ์ในช่วง 3 เดือนแรกอาจทำให้ลูกเกิดความพิการ (แต่ถ้าตั้งครรภ์แล้ว ห้ามฉีดวัคซีนนี้ตลอดระยะการตั้งครรภ์)

ตรวจมะเร็งปากมดลูก เพื่อตรวจหาสิ่งผิดปกติบนปากมดลูก ซึ่งอาจเป็นสัญญาณเตือนว่าเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงที่ปากมดลูก

ตรวจภายใน เพื่อหาสิ่งผิดปกติเกี่ยวกับระบบอวัยวะสืบพันธุ์ของผู้หญิง ได้แก่ ช่องคลอด ปากมดลูก มดลูก และรังไข่

ตรวจอัลตราซาวนด์ในอุ้งเชิงกราน เพื่อดูความผิดปกติของมดลูกและรังไข่ที่อาจส่งผลต่อการตั้งครรภ์ สำหรับว่าที่คุณพ่อก็ควรตรวจเชื้ออสุจิเพื่อวิเคราะห์ความสมบูรณ์ของอสุจิเพื่อวางแผนในการมีลูกต่อไป

2. หยุดใช้ยาคุมกำเนิดทันทีและรอให้มีประจำเดือนอย่างน้อย 2 ครั้งก่อนการตั้งครรภ์

3. รับประทานอาหารที่มีประโยชน์ให้ครบ 5 หมู่ และรับประทานผักผลไม้เป็นประจำ

4. งดดื่มเหล้า สูบบุหรี่เนื่องจากแอลกอฮอล์ไปทำลายคุณภาพของอสุจิและไข่ ทำลายเซลล์สมองและระบบประสาทของทารกในครรภ์

5. ออกกำลังกายสม่ำเสมอเพื่อให้ร่างกายสดชื่น แข็งแรง เช่น ว่ายน้ำ ช่วยให้ร่างกายไม่ค่อยปวดหลังขณะตั้งครรภ์

6. อายุที่เหมาะสมจะมีบุตรของผู้หญิงคือ ช่วงอายุ 20-30 ปี แต่ปัจจุบันผู้หญิงแต่งงานช้าลงและมีบุตรเมื่ออายุมากขึ้น ดังนั้น หากคิดจะมีลูกเมื่ออายุเกิน 35 ปี ควรปรึกษาแพทย์

7. ควบคุมน้ำหนักตัวไม่ให้มากหรือน้อยเกินไป (น้ำหนักควรอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานอย่างน้อย 6 เดือนก่อนตั้งครรภ์)

หลังจากตรวจสุขภาพก่อนตั้งครรภ์แล้ว ว่าที่คุณแม่และคุณพ่ออย่าลืมปฏิบัติตนตามคำแนะนำของคุณหมออย่างเคร่งครัดนะคะ เพราะลูกคือสิ่งที่มีค่าที่สุดในชีวิตเราแล้วหละค่ะ

บทความสุขภาพ น่าสนใจ